จงรวมกันเข้า! นักประชาธิปไตยมุสลิมทั่วโลก, คำประกาศจาก ๔ ปัญญาชนมุสลิม


คำประกาศของ ๔ ปัญญาชนมุสลิม: “นักประชาธิปไตยมุสลิมทั่วโลก, จงรวมกันเข้า!” โดย ปัญญาชนมุสลิมผู้มีชื่อเสียง ๔ คน: เฟลิกซ์ มาร์คาร์ด, ฎอริก รอมาดอน, กาเหล็บ เบนชิค, อันวาร์ อิบราฮิม (๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๕) แปลโดย ศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ นับแต่เมื่อสิ้นคริสต์ศตวรรษที่ 9 การเคลื่อนไหวเพื่อคิดสะท้อนเชิงวิจารณ์ต่อรากฐานและการตีความศาสนาอิสลามแบบต่าง ๆ ได้สูญเสียแรงผลักดันไป และถูกขัดขวางโดยการเข้าครอบงำของศาสนาอิสลามอันแข็งกระด้างตายตัวที่มีโลกอาหรับเป็นศูนย์กลางและตั้งอยู่บนฐานโลกทัศน์ที่ล้าสมัยอีกทั้งยังมักปัดป่ายชาวมุสลิมที่ไม่ใช่อาหรับออกไป วันนี้ เราขอเรียกร้องอย่างเคร่งขรึมต่อบรรดาผู้นำมุสลิมที่ยึดมั่นต่อประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ทางการเมืองและศาสนาหรือปัญญาชน/นักเทววิทยา ให้มารวมตัวประชุมกันในฝรั่งเศสต้นปี ค.ศ. ๒๐๑๖ เพื่อกำหนดนิยามเค้ารูปแห่งการตีความศาสนาอิสลามอย่างก้าวหน้าที่หยั่งยึดอยู่ในคริสต์ศตวรรษที่ ๒๑ อย่างมั่นคง ในการเจริญรอยตามปราชญ์อย่างมาลิก เบนนาบี เราจำต้องเริ่มตั้งคำถามต่อหลักความเชื่อเชิงประวัติศาสตร์แบบโหยหาอดีตที่ ถูกทำให้กลายเป็นเรื่องโรแมนติกในสังคมที่ชนส่วนใหญ่เป็นมุสลิม จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องตรวจสอบประดาความล้มเหลวเชิงอารยธรรมของเรา ตั้งแต่ยุคก่อนอาณานิคมมาจนถึงยุคโลกาภิวัตน์อย่างรอบคอบรัดกุม รวมทั้งสาเหตุที่ทำไมเสียงเรียกร้องให้ฟื้นฟูศาสนาอิสลามขึ้นใหม่ที่มักปรากฏอยู่เสมอในอดีตจึงถูกเพิกเฉยไร้การขานรับเสียเป็นส่วนใหญ่ มันจำเป็นอีกด้วยที่ (ในที่สุด!) เราจะต้องเปิดฉากขับเคลื่อนงานปฏิรูปแห่งอิจญ์ติฮาด (หมายถึง กระบวนการใช้ความพยายามวิเคราะห์วินิจฉัยตัวบทหลักฐานแห่งกฎหมายอิสลามหรือ ชารีอะฮฺ โดยเป็นอิสระอย่างเต็มที่จากสำนักความคิดทางหลักนิติธรรมใด ๆ – ผู้แปล) … Continue reading

อิสลามและการเมือง “สีขาว” ?


อิสลามและการเมือง “สีขาว”?[1] Islam and ‘white’ Politics? ในหลายเหตุการณ์ทางการเมืองปัจจุบันที่กำลังเกิดขึ้นในเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งในระดับต่างๆ การแก้ใขความขัดแย้ง การบริหารจัดการท้องถิ่น หรือการเลือกอีหม่าม เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้มุสลิมหลายๆ ท่านรู้สึกและเห็นถึงความสกปรก ชั่วร้ายที่เข้ามาครอบคลุมสังคมของเรา[2] ทำให้เกิดการแตกแยกระหว่างพี่น้องมุสลิม ทำให้การเสนอตัวเพื่อการเป็นผู้นำเป็นสิ่งที่น่ายกย่องส่งเสริม และทำให้การเลือกฝ่ายกลายเป็นธรรมเนียมปฎิบัติทางด้านการเมืองการปกครองในปัจจุบัน ในขณะที่สังคมของเรากำลังประสบปัญหาการเมือง มีนักวิชาการ ปัญญาชนและผู้ที่ไม่เห็นด้วยการความแตกร้าวในสังคมออกมาอธิบายถึงจุดบกพร่องของประชาธิปไตย และให้ทัศนะว่า เราควรจะทำอย่างไรกับปัญหาที่มาจากระบบนอกอิสลาม เพื่อหาทางออกให้กับสังคมมุสลิม นักวิชาการศาสนาได้โอกาสในการออกมาอธิบายว่า นั่นเพราะเราไม่ทำตามระบบที่จากการอิสลาม และอิสลามเท่านั้นคือคำตอบสำหรับปัญหาทุกอย่าง[3] ดังนั้นการอธิบายปัญหาทางการเมืองจากมุมมองนักวิชาการศาสนาบางส่วนจึงให้ทัศนะว่า “ระบบที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้เป็นระบบนอกอิสลาม ปัญหาจะจบได้ต้องเอาอิสลามมาแก้” แต่การจะเอาอิสลามมาแก้ใขนั้นแตกต่างกันตามทัศนะของการเข้าใจหลักการที่มาจากแหล่งอ้างอิงแห่งอิสลาม (อัลกุรอานและซุนนะฮ์) หลายคนเข้าใจว่า ระบบการเมืองที่มุสลิมปฎิบัติกันในอดีตคือ ระบบการเมืองอิสลาม และเป็นการเมืองสีขาว อาจจะเป็นเพราะทุกอย่างที่ได้ชื่อว่า “อิสลาม” จะเป็น “สีขาว” หรือ “บริสุทธ์” โดยอัตโนมัติ หลายคนเรียกร้องให้เรากลับไปใช้ระบบ “ชูรอฮ์” เพราะคำว่า “ชูรอฮ์” นั้นถูกบัญญัติอยู่ในอัลกุรอานอันประเสริฐ[4] และเพราะชูรอฮ์นั้นคือสัญลักษณ์ของอิสลาม ตรงกันข้ามกับระบบประชาธิปไตย ดังนั้นบทสรุปขั้นพื้นฐานสำหรับหลายๆ ท่านคือ การเมืองสีขาวคือการเมืองที่มาจากอิสลาม และการเมืองที่มาจากอิสลามคือการเมืองที่ปฎิบัติกันมาของเหล่าบรรพชนมุสลิมตั้งแต่ยุคแรกของประวัติศาสตร์อิสลามโดยมีท่านศาสดามูฮัมหมัด ศ็อลฯ เป็นทั้งผู้นำทางการเมืองและด้านจิตวิญญาน … Continue reading

  • เพื่อน