สองข้อถกเถียงของมุสลิมว่าด้วย บทเพลงสรรเสริญพระบารมี


สองข้อถกเถียงของมุสลิมว่าด้วย บทเพลงสรรเสริญพระบารมี เมื่อกล่าวถึง “เพลงสรรเสริญ” เราอาจจะจำไม่ได้ว่าเราได้ยินครั้งแรกที่ไหน ท่องจำได้เมื่อไหร่ แต่เราคงร้องกันได้ทุกคน ไม่ว่าเราจะนับถือศาสนาพุทธ อิสลาม คริสต์หรือศาสนาอื่นๆ เพลงสรรเสริญได้กลายเป็นอัตลักษณ์ร่วมทางการเมืองของคนไทยไปโดยอัตโนมัต และไม่ว่าเราจะรู้ความหมายของบทเพลงหรือไม่ เพลงๆ นี้ก็อยู่ในสำเหนียกของเราไปแล้วโดยที่เราอาจไม่รู้ตัว สำหรับผู้ที่นับถือพระเจ้าองค์เดียวอย่างเช่นคนมุสลิม การกลับมาทบทวบดูหมายความของเพลงสรรเสริญอาจทำให้เกิดคำถามที่สำคัญตามมา และอาจเป็นคำถามที่ไม่เหมือนกับคนไทยที่ไม่เชื่อในพระเจ้าองค์เดียว เป็นคำถามที่จะนำเรากลับไปสู่การรื้อสร้างเรื่องอำนาจและสถานะระหว่างพระเจ้ากับเจ้าผู้ปกครอง สำหรับมุสลิม การให้อำนาจและสถานะของพระเจ้ากับมนุษย์ถือเป็นเรื่องต้องห้าม แต่การไม่เคารพภักดีกับเจ้าผู้ปกครองก็ถือเป็นเรื่องไม่บังควร ในประเทศมุสลิมแถวตะวันออกกลาง หลักปฎิบัติระหว่างเจ้าผู้ปกครองกับราษฎรเป็นไปในลักษณะการจงรักภักดีแบบมนุษย์กับมนุษย์ ไม่มีอริยาบทที่มนุษย์แสดงกับพระเจ้าในพิธีกรรมทางศาสนาถูกใช้เป็นแบบปฎิบัติกับมนุษย์ด้วยกันเอง แบบปฎิบัติเหล่านี้ภายใต้กฎหมายอิสลามถูกหล่อรวมผ่านกาลเวลาจนกลายเป็นวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ เช่น การไม่นิยมการก้มเพื่อทักทายกัน แต่จะทักทายกันด้วยการสัมผัสมือ การกอดและการจูบ การไม่นิยมการกราบเพื่อแสดงความเคารพภักดีเพราะอริยาบทดังกล่าวเป็นสิทธ์ของพระเจ้าผู้สร้างเพียงองค์เดียว ดังนั้น ในสังคมที่มุสลิมมีอำนาจในการปกครอง วัฒนธรรมและแบบปฎิบัติของมุสลิมจึงมักสอดคล้อง (แต่อาจไม่เสมอไป) กับฐานคติและหลักการของศาสนาอิสลาม เส้นแบ่งระหว่างศาสนาและวัฒนธรรมเริ่มซับซ้อนขึ้นเมื่อศาสนาอิสลามเดินทางออกจากดินแดนแห่งตะวันออกกลางไปสู่วัฒนธรรมต่างถิ่น พบปะและปะทะกับแบบแผนที่ถูกก่อสร้างมาจากศาสนาที่มาก่อนหน้า ในบางสังคมศาสนาอิสลามถูกหล่อรวมเป็นหนึ่งเดียวกับวัฒนธรรมท้องถิ่นด้วยกับกลไลทางการเมืองการปกครอง ในอีกบางสังคมวัฒนธรรมพื้นถิ่นเข้มแข็งกว่าพลังทางศาสนา ทำให้ฐานคติและหลักการศาสนาเป็นเรื่องที่ต้องปรับเข้าหาวัฒนธรรมพื้นถิ่น อิสลามในแต่ละวัฒนธรรมเติบโตไม่เหมือนกันและมีพลวัตต่างกัน สำหรับในเมืองไทย ตั้งแต่เหตุการณ์ 9/11 การตื่นตัวทางด้านศาสนาของชนชาวมุสลิมในประเทศไทยเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่เข้มข้นขึ้น การกลับไปศึกษาตัวบทและหลักการอิสลามของคนหนุ่มสาวกลายเป็นกระแสการตื่นตัวในสังคมของมุสลิมไทยรุ่นใหม่ ด้วยเหตุนี้พื้นที่สัมพันธ์ระหว่างหลักการศาสนาอิสลามและค่านิยมไทยพุทธที่ถูกปลูกฝังผ่านสื่อต่างๆ มักจะถูกนำกลับมาถกเถียง ส่วนหนึ่งเพื่อเป็นการชำระสิ่งแปลกปลอมในด้านหลักความเชื่อออกจากมโนทัศน์แบบเดิม และอีกส่วนก็เพื่อหาทางออกในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข การกลับมาตั้งคำถามว่าเพลงสรรเสริญพระบารมีมีความหมายออกไปทางการให้อำนาจและสถานะที่ยิ่งใหญ่เหนือความเป็นมนุษย์หรือไม่ เป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจของมุสลิมหลายคน โดยคร่าวๆ เราสามารถแบ่งข้อถกเถียงเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกเป็นสองความคิด ความคิดแรกถกเถียงว่าเพลงสรรเสริญพระบารมีให้ความหมายเทียบเคียงกับสถานะที่สูงส่งและอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของพระเจ้า … Continue reading

ปาเลสไตน์เฮ! ตุรกีให้ทุนการศึกษา 40,000 ทุนกับนักเรียนในกาซ่า


ปาเลสไตน์เฮ! ตุรกีให้ทุนการศึกษา 40,000 ทุนกับนักเรียนชาวกาซ่า กำลังกลายเป็นปรากฎการณ์ใหม่ของวงการการเมืองระหว่างประเทศ เมื่อตุรกีกำลังวางแผนเปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนที่อาศัยอยู่ในเขตกาซ่า ดินแดนปาเลสไตน์ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสงครามที่ยาวนานระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์โดยไม่มีวี่แววว่าจะคลี่คลาย สำนักข่าว The Middle East Monitor รายงานข่าวเมื่อวันที่ 20 ก.ค. 2557 ว่า คณะกรรมการด้านกิจการศาสนาของประเทศตุรกีกำลังพิจารณาที่จะให้ทุนการศึกษาจำนวน 40,000 ทุนกับนักเรียนชาวปาเลสไตย์ที่อาศัยอยู่ในเขตฉนวนกาซ่า เพื่อมาศึกษาในระดับมัธยมในโรงเรียนสอนศาสนาของตุรกี ผู้อำนวยการของคณะกรรมการ นายเซลจูค ออสเติร์ก กล่าวว่าจุดประสงค์ของเราคือการช่วยเหลือชาวกาซ่าที่กำลังอยู่ภายใต้การปิดล้อมของอิสราเอล “ด้วยกับความร่วมมือของกระทรวงศึกษาธิการ เรากำลังทำการสัมภาษณ์นักเรียนกว่า 40,000 คนจากฉนวนกาซ่าที่อยู่ในขอบข่ายที่จะได้รับทุนการศึกษาไปเรียนในประเทศตุรกี” ออสเติร์ก กล่าวต่อว่า ทุนการศึกษานี้ครอบคลุมค่าเล่าเรียนในระยะเวลา 4 ปีของการเรียนในระดับมัธยม โดยนักเรียนเหล่านี้สามารถเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้หลังจากจบจากโรงเรียนมัธยมแล้ว สำหรับปีหน้าจะมีทุนการศึกษาอีก 4,000 ทุน นอกจากนั้น ทุนการศึกษายังครอบคลุมถึงค่าเดินทางไป-กลับจากตุรกีและที่อยู่อาศัยด้วย ตุรกีภายใต้การบริหารของพรรค AK ได้ดำเนินนโยบายต่างประเทศเชิงรุกโดยเน้นการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมาอย่างต่อเนี่อง ทั้งในกรณีของปาเลสไตน์และโรฮิงยา นอกจากนั้นในเวทีการต่างประเทศตุรกีเป็นประเทศหนึ่งที่ผลักด้นการต่อต้านการเลือกปฎิบัติ การละเมิดสิทธิมนุษยชน และการแก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธีมาตลอด โดยในปี 2012 ศ.ดร.อะเม็ด ดาวูดโอลูซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของตุรกีและภรรยาของ ราเจ็บ ออรโดอานประธานาธิบดีตุรกีคนปัจจุบันได้เดินทางไปเยียมค่ายผู้อพยบของชาวมุสลิมและชาวพุทธในรัฐยะไข่ ประเทศพม่าด้วยตัวเอง … Continue reading

ตุรกีกำลังกลายเป็นพระเอกขี่ม้าขาว กระโดดช่วยโรฮินญาแบบไม่หวั่น


กองทัพเรือประเทศตุรกีกำลังพยายามเข้าช่วยเหลือชาวโรฮินญาที่อยู่บนเรือนอกชายฝั่งทะเลอันดามันของประเทศไทยและมาเลเซีย นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐตุรกี อะเม็ด ดาวูดโอลู ออกโรงยืนยัน เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2557 สำนักข่าว Hurriyet ของประเทศตุรกีรายงานจากกรุงอังการ่าว่า นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐตุรกี อะเม็ด ดาวูดโอล กล่าวในการปราศรัยต่อหน้าบรรดาเยาวชนคนหนุ่มสาวที่พระราชวังชันกายาเนื่องในวันเยาวชนแห่งชาติว่า ประเทศตุรกีกำลังพยายามทุกหนทางร่วมมือกับองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐานหรือ IOM เพื่อให้ความช่วยเหลือชาวโรฮินญาที่กำลังลอยอยู่ในทะเล โดยขณะนี้กองทัพเรือของประเทศตุรกีกำลังแล่นเรืออยู่ในน่านน้ำอันดามันแล้ว โดยเมื่อปี 2012 ศ.ดร.อะเม็ด ดาวูดโอลูและภรรยาของ ราเจ็บ ออรโดอาน ประธานาธิบดีตุรกีคนปัจจุบันได้เดินทางไปเยียมค่ายผู้อพยบของชาวมุสลิมและชาวพุทธในรัฐยะไข่ ประเทศพม่าด้วยตัวเอง และได้ให้การช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมกับทั้งสองค่าย สำนักข่าว Today’s Zaman ของตุรกีรายงานว่า นอกจากการช่วยเหลือจาก UN แล้วตุรกีเป็นประเทศแรกจากต่างชาติที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือในลักษณะนี้ นอกจากนั้น ในเดือนเมษายน ปี 2013 ศ.ดร.อะเม็ด ดาวูดโอลูซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศของตุรกีได้เสนอในที่ประชุมองค์การความร่วมมืออิสลามหรือ OIC ที่จัดขึ้นในเมืองญิดดะฮ์ ประเทศซาอุดิอารเบีย ให้เพิ่มมาตรการแสดงความห่วงใยต่อชาวโรฮินญาและกดดันรัฐบาลพม่าในการยุติความรุนแรงโดยเร็ว โดยกระทรวงการต่างประเทศของตุรกีรายงานว่า รมต.กต. อะเม็ด ดาวูดโอลูได้เสนอให้ประมุขแห่งรัฐของ OIC ร่วมกันส่งจดหมายไปถึงประธานธิบดีของพม่าเพื่อแสดงความห่วงใยต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และยืนยันความพร้อมในการให้การสนับสนุนร่วมในการจัดการสานเสวนา the Alliance … Continue reading

มุสลิมแคนาดาจัดกิจกรรมถาม เพราะ “ฉันเป็นมุสลิม” ฉันจึงเป็น…?


มุสลิมแคนาดาจัดกิจกรรมถาม “ฉันเป็นมุสลิม” ดังนั้นฉันจึงเป็น…? หลังจากที่วิดีโอสั้นความยาว 3.5 นาที่ เรื่อง “ฉันเป็นมุสลิม” ถูกเผยแพร่ทาง Youtube เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2557 และถูกแชร์ต่อทาง Facebook เป็นจำนวนมากนั้น ทำให้วีดิโอดังกล่าวกลายเป็นที่สนใจของผู้คนทั่วโลกเนื่องจากเหตุการณ์ที่มุสลิมตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของสื่อกระแสหลักในโลกตะวันตก ผู้จัดทำได้อธิบายเนื้อหาของวิดีโอสั้นดังกล่าวไว้ดังนี้ “เนื่องจากอาชญากรรมและการทำร้ายร่างกายที่เกิดจากความเกลียดชังและโรคหวาดกลัวอิสลามในขณะนี้ พวกเราได้ทำกิจกรรมด้วยการเดินทางไปตามท้องถนนในย่าน Downtown ของเมืองโตรอนโต เพื่อที่จะดูปฎิกิริยาของชาวแคนาดาว่าพวกเขาคิดอย่างไรกับคนมุสลิม สิ่งที่เราพบคือความน่าประทับใจและการให้กำลังใจ นอกจากนั้น เพื่อต้องการที่จะทราบว่าผู้คนมีปฎิกิริยาอย่างไรต่อโรคหวาดกลัวอิสลาม เราจึงเขียนคำว่า “ผู้ก่อการ้าย” ลงไปในกระดาษ (หนึ่งในคำที่มุสลิมถูกกล่าวร้าย และกับตัวฉันก็เช่นกันนอกจากคำอื่นๆ) เราพบว่าทุกคนที่เดินผ่านและได้พูดกับเรารู้สึกเสียใจและขอโทษที่เห็นคำๆ นั้น #coexist เราอยู่ร่วมกันได้ ฉันอยากจะขอให้คนที่ไม่ใช่มุสลิมเรียนรู้เกี่ยวกับคำสอนของอิสลามที่แท้จริง อยากขอให้ช่วยหยิบคัมภีร์อัลกุรอ่านและศึกษาความจริงจากในนั้นด้วยตัวของคุณเอง ผู้คนอาจจะทำความเข้าใจศาสนาต่างๆ ด้วยวิธีที่เขาเลือกที่จะเข้าใจมัน แต่มีคัมภีร์อัลกุรอ่านเท่านั้นที่เป็นคำสอนและตัวบทของอิสลามที่ไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงมาก่อนเลย” ดูวิดีโอดังกล่าวได้ที่นี่ สามารถเข้าไปติดตามได้ที่ลิงค์ด้านล่าง FIND ME http://www.facebook.com/AsoomiiJay http://www.twitter.com/AsoomiiJay http://www.instagram.com/aso0miijay EMAIL ME asoomiijay@live.ca ——– แปลข่าวโดยทีมงานโรงเตี้ยมดูสน Credit รูปภาพประกอบพิเศษ … Continue reading

ขอเชิญส่งบทความเกี่ยวกับ “การเรียนเมืองนอก”


ขอเชิญส่งบทความแบ่งปันประสบการณ์ต่างแดน เนื่องจากทางเฟสบุ๊คและบล็อกของเราได้รับการติดต่อสอบถามจากผู้ที่สนใจจะไปเรียนต่อต่างประเทศกันอย่างล้นหลาม ทีมงานโรงเตี้ยมดูสนจึงอยากขอเชิญน้องๆ เพื่อนๆ ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การใช้ชีวิตในต่างแดน รวมถึงการสมัครเรียนในประเทศต่างๆ การเรียนภาษาหรือในระดับมหาวิทยาลัย การท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ และการปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อเป็นวิทยาทานและแนวทางให้กับน้องๆ และเพื่อนๆ ในเมืองไทยที่กำลังหาข้อมูลการศึกษาในเมืองนอกต่อไป ความยาวประมาณ 1-2 หน้า A4 สามารถส่งมาได้ที่ dusonourhome@yahoo.com หรือทางเฟสบุ๊ค โรงเตี้ยมดูสน https://www.facebook.com/dusonourhome ขอบคุณค่ะ ———— credit ภาพพิเศษ http://www.dek-d.com/content/print.php?id=19860 credit ภาพประกอบ http://webboard.yenta4.com/topic/14503

อะไรคือสิ่งที่ “แมวมอง” มองหาในใบประวัติย่อ (CV) ของคุณ?


อะไรคือสิ่งที่ “แมวมอง” มองหาในใบประวัติย่อ (CV) ของคุณ? โดยเฉลี่ยแล้ว ฝ่ายสรรหาพนักงานใหม่ใช้เวลาแค่ “6” วินาทีในการตรวจดูใบประวัติ (CV) ก่อนที่จะตัดสินใจว่าคุณเหมาะสำหรับการเรียกสัมภาษณ์หรือไม่ ตามผลการวิจัยจาก TheLadder เครือข่ายการจัดหางานเคลื่อนที่สำหรับวิชาชีพต่างๆ “เป็นประจำที่ฝ่ายสรรหาพนักงานใหม่รับเอกสารการสมัครงานมากมายก่ายกองและต้องจัดทำรายชื่อให้กับเจ้านาย ดังนั้นไม่ต้องตกใจเลยว่าพวกเขาไม่ใช้เวลามากในการตรวจดูใบประวัติทุกใบอย่างถี่ถ้วน” เปิดเผยโดย อมันดา ออกัสติน ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดหางานของบริษัท TheLadders TheLadders ใช้เทคนิคทางวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า “การติดตามสายตา” กับผู้เชี่ยวชาญด้านการสรรหาพนักงานใหม่ 30 ท่าน “เพื่อศึกษาการเคลื่อนไหวสายตาของพวกเขาในระยะเวลา 10 อาทิตย์ ในการเก็บข้อมูลและทำการวิเคราะห์ว่า พวกเขาเพ็งเล็งไปที่จุดไหนและนานเท่าไหร่ในการย่อยข้อมูลเอกสารต่างๆ” ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่พวกเขาตรวจสอบใบประวัติของพวกคุณ พวกเขามองไปที่ชื่อของคุณ คำนำหน้านามและบริษัทปัจจุบัน ตำแหน่งปัจจุบันและวันที่เข้าและออก ตำแหน่งและบริษัทในอดีต และวันที่เข้า-ออกจากบริษัท รวมถึงประวัติการศึกษา ใบประวัติด้านล่าง 2 ฉบับประกอบด้วยภาพการเคลื่อนไหวของสายตาของพนักงานสรรหา ภาพแรกด้านขวามือได้รับการตรวจสอบโดยทั่วมากกว่าภาพที่อยู่ด้านซ้ายมือ เพราะว่ามันชัดเจนและอยู่ในรูปแบบที่กระชับมากกว่า “คุณมีโอกาสแค่ 6 วินาทีในการเรียกความสนใจ ดังนั้นคุณต้องทำให้มันจับใจให้ได้” ออกัสติน กล่าวย้ำ “ดังนั้น จงใช้แบบที่มันดูเรียบง่ายซึ่งมันจะทำให้พนักงานสรรหาสามารถตรวจได้โดยง่ายและจัดวางข้อมูลที่สำคัญที่สุดได้” เขาแนะนำ “จงหลีกเลื่ยงการบีบบรรทัดเพื่อเหตุผลข้างต้น … Continue reading

An Israeli soldier’s story – Eran Efrati (video)


Originally posted on I Am Incorrigible:
The compelling and chilling account of a former Israeli Defence Force soldier about his time in Hebron.  This is a video that everyone should watch. Re-blogged from Digital Resistance: “Ex-Israeli soldier speaks out… what he says will change everything you think you know about Israel!” (originally published 23 July 2014) The talk…

2013 in review


The WordPress.com stats helper monkeys prepared a 2013 annual report for this blog. Here’s an excerpt: The concert hall at the Sydney Opera House holds 2,700 people. This blog was viewed about 9,900 times in 2013. If it were a concert at Sydney Opera House, it would take about 4 sold-out performances for that many … Continue reading

ข้อมูลด้านการศึกษาในระดับอุดมศึกษาของกาตาร์


ข้อมูลด้านการศึกษาในระดับอุดมศึกษาของกาตาร์ 1. ภาพร่วมการบริหารจัดการด้านการศึกษา ระบบการศึกษากาตาร์อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ (Ministry of Education) และสภาการศึกษาชั้นสูง (Supreme Education Council -SEC) กาตาร์ โดยกระทรวงศึกษาธิการจะรับผิดชอบในส่วนของภาพรวมการศึกษาเป็นหลัก ขณะที่ SEC จะรับผิดชอบในด้านนโยบาย การปฏิรูป และการพัฒนาระบบการศึกษา โดยในส่วนของระดับอุดมศึกษานั้น SEC จะรับผิดชอบในการพัฒนาความรู้ความสามารถของนักศึกษา ตลอดจนการจัดหาืทุนการศึกษาและแนะแนวอาชีพภายหลังสำเร็จการศึกษา 2. ภาพรวมระบบการอุดมศึกษา 2.1. กาตาร์เริ่มมีระบบการศึกษาในระดับอุดมศึกษาเมื่อปี 2516 โดยได้มีการจัดตั้งวิทยาลัยการศึกษาแห่งชาติกาตาร์ (Qatar National College of Education) ขึ้น ต่อมาในปี 2520 กาตาร์ได้จัดตั้งมหาวิทยาลัยกาตาร์ (Qatar University) ขึ้น ซึ่งปัจจุบันได้เป็นมหาวิทยาลัยรัฐแห่งเดียวของกาตาร์ 2.2. มหาวิทยาลัยกาตาร์ เปิดสอนในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท โดยในระดับปริญญาตรีนั้น ได้เปิดสอนในหลักสูตรภาษาอังกฤษและภาษาอารบิก โดยเปิดสอนในสาขาศิลปศาสตร์ (อักษรศาสตร์ ประวัติศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิเทศศาสตร์ สังคมศาสตร์) วิทยาศาสตร์ บริหารธุรกิจ … Continue reading

“คนหล่อ กับ อัชชะรีอะฮ์” (?)


รูปจากเว็ป http://www.globalpost.com “คนหล่อ กับ อัชชะรีอะฮ์” หลังจากที่ทราบข่าวเกี่ยวกับ คนหล่ออยู่ประเทศซาอุฯ ไม่ได้ (ถูกเชิญกลับประเทศ) มีหลายคนเป็นห่วงเรื่องภาพพจน์ของอิสลาม และพยายาม “แก้ต่าง” ให้กับประเทศซาอุฯ (ในการใช้ชะรีอะฮ์) ว่าเหตุผลที่ต้องเชิญกลับประเทศของตัวเอง (ยูเออี) นั่นไม่ใช่เพราะความหล่อ แต่เป็นเพราะ “การกระทำอย่างอื่นที่รับไม่ได้ในศาสนา” แต่เมื่อกลับมาถกเถียงกับคนที่เคยเรียน (ศาสนา) ในซาอุฯ ทราบมาว่า การเนรเทศด้วยเหตุผลแห่งความหล่อไม่ผิดกับหลักการชะรีอะฮ์ (?) เพราะในสมัยคอลีฟะฮ์อุมัรก็เคยทำในลักษณะนี้เช่นกัน ดังนั้นขอสรุปขั้นเบื้องต้นว่า มีอูลามะฮ์ “บางกลุ่ม”เห็นด้วยว่า ความหล่อสร้างฟิตนะฮ์ การเนรเทศคนหล่อออกจากบริเวณนั้นๆ นั้นถือว่าชอบธรรมเพราะความสามารถลดฟิตนะ อ์ได้ และยืนยันว่านี้คือส่วนหนึ่งของชะรีอะฮ์ (?) หาก เราคิดว่า “ความหล่อ/ความสวย” เป็นมูลเหตุสำคัญแห่งฟิตนะฮ์ และต้องระงับด้วยวิธีดังกล่าวเท่านั้นตามทัศนะข้างต้นก็ “ไม่ควรแก้ต่าง” ให้กับซาอุฯ แต่ควรสนับสนุนการใช้กฏหมายลักษณะนั้นเพราะเขากำลังทำตามหลักการที่เขาคิด ว่าถูก แต่หากเราคิดว่าการใช้มาตราการลักษณะนั้นในยุคปัจจุบันขัดกับความถูกต้องตามสามัญสำนึก (ฟิตเราะฮ์) ความคุณค่าความดีงามอื่นๆและเป้าหมายของกฏหมายอิสลาม (มะกอศิด อัชชะรีอะฮ์)หรือการตีความตัวบทในลักษณะอื่นๆ ก็ต้องยอมรับว่ามันไม่ make sense… อิบนูกอยยิมกล่าวไว้อย่างน่าคิดว่า “กฎหมาย อิสลาม … Continue reading

  • เพื่อน