มุสลิมไปเรียนที่เยอรมันดีไหม?


มุสลิมไปเรียนที่เยอรมันดีไหม? โดย Pakpoom Khamchuai วันนี้ไปอยู่ที่มหาลัยเกือบทั้งวัน ไปหาที่ละหมาดที่มหาลัย ก็เจอตามที่เขาบอกข้อมูลในเน็ต เลยคิดอย่างจะเขียนอะไรสักนิด.. #มุสลิมไปเรียนที่เยอรมันดีมั้ย? เท่าที่ผมสังเกต นักเรียนมุสลิมไทยที่เรียนเมืองนอก จะไปเรียนกันอยู่ไม่กี่ประเทศ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย อังกฤษ รัสเซีย อิยิปต์ ตุรกี จีน อินเดีย แล้วก็ประเทศตะวันออกกลางบางประเทศ แต่ที่มาเรียนที่เยอรมันและรับทุนรัฐบาลไทย ณ ตอนนี้ผมนับได้ 5 คนถ้วน โท 1 คน ตรี 4 คน ถามว่าทำไมถึงมากันน้อย น่าจะเป็นเพราะความที่สังคมมุสลิมไทยไม่ได้มองว่าเยอรมนีหรือประเทศในสหภาพยุโรปเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกระมัง (ทั้งๆที่มหาลัยเยอรมันติดระดับท็อป 100 ท็อป 200 ของโลกเยอะมาก) กลับไทยไปรอบที่แล้วก็ไม่มีใครเข้ามาถามหรือติดต่อให้ไปแนะแนวเลย แหะๆ แต่คนอินโดฯ เขารับทุนรัฐบาลมาเรียนที่เยอรมนีกันให้ฮึ่ม อาหรับอ่าวนี้เยอะแยะไปหมด หิ้วสามีหิ้วภรรยาหิ้วลูกกันมาอยู่กันทั้งครอบครัวเลยล่ะ การศึกษาในเยอรมันจริงๆแล้วใช้เงินไม่มาก ค่าเทอมเทอมละ 100-200 ยูโร (อย่าถามว่ากี่บาท กูเกิ้ลคับ) ค่าใช้จ่ายรายเดือนอาจจะเยอะหน่อยถ้าเทียบกับบ้านเรา ก็คือเดือนละ 700-900 ยูโร ในเยอรมันมีคนตุรกีเป็นพลเมืองถึง … Continue reading

สองข้อถกเถียงของมุสลิมว่าด้วย บทเพลงสรรเสริญพระบารมี


สองข้อถกเถียงของมุสลิมว่าด้วย บทเพลงสรรเสริญพระบารมี เมื่อกล่าวถึง “เพลงสรรเสริญ” เราอาจจะจำไม่ได้ว่าเราได้ยินครั้งแรกที่ไหน ท่องจำได้เมื่อไหร่ แต่เราคงร้องกันได้ทุกคน ไม่ว่าเราจะนับถือศาสนาพุทธ อิสลาม คริสต์หรือศาสนาอื่นๆ เพลงสรรเสริญได้กลายเป็นอัตลักษณ์ร่วมทางการเมืองของคนไทยไปโดยอัตโนมัต และไม่ว่าเราจะรู้ความหมายของบทเพลงหรือไม่ เพลงๆ นี้ก็อยู่ในสำเหนียกของเราไปแล้วโดยที่เราอาจไม่รู้ตัว สำหรับผู้ที่นับถือพระเจ้าองค์เดียวอย่างเช่นคนมุสลิม การกลับมาทบทวบดูหมายความของเพลงสรรเสริญอาจทำให้เกิดคำถามที่สำคัญตามมา และอาจเป็นคำถามที่ไม่เหมือนกับคนไทยที่ไม่เชื่อในพระเจ้าองค์เดียว เป็นคำถามที่จะนำเรากลับไปสู่การรื้อสร้างเรื่องอำนาจและสถานะระหว่างพระเจ้ากับเจ้าผู้ปกครอง สำหรับมุสลิม การให้อำนาจและสถานะของพระเจ้ากับมนุษย์ถือเป็นเรื่องต้องห้าม แต่การไม่เคารพภักดีกับเจ้าผู้ปกครองก็ถือเป็นเรื่องไม่บังควร ในประเทศมุสลิมแถวตะวันออกกลาง หลักปฎิบัติระหว่างเจ้าผู้ปกครองกับราษฎรเป็นไปในลักษณะการจงรักภักดีแบบมนุษย์กับมนุษย์ ไม่มีอริยาบทที่มนุษย์แสดงกับพระเจ้าในพิธีกรรมทางศาสนาถูกใช้เป็นแบบปฎิบัติกับมนุษย์ด้วยกันเอง แบบปฎิบัติเหล่านี้ภายใต้กฎหมายอิสลามถูกหล่อรวมผ่านกาลเวลาจนกลายเป็นวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ เช่น การไม่นิยมการก้มเพื่อทักทายกัน แต่จะทักทายกันด้วยการสัมผัสมือ การกอดและการจูบ การไม่นิยมการกราบเพื่อแสดงความเคารพภักดีเพราะอริยาบทดังกล่าวเป็นสิทธ์ของพระเจ้าผู้สร้างเพียงองค์เดียว ดังนั้น ในสังคมที่มุสลิมมีอำนาจในการปกครอง วัฒนธรรมและแบบปฎิบัติของมุสลิมจึงมักสอดคล้อง (แต่อาจไม่เสมอไป) กับฐานคติและหลักการของศาสนาอิสลาม เส้นแบ่งระหว่างศาสนาและวัฒนธรรมเริ่มซับซ้อนขึ้นเมื่อศาสนาอิสลามเดินทางออกจากดินแดนแห่งตะวันออกกลางไปสู่วัฒนธรรมต่างถิ่น พบปะและปะทะกับแบบแผนที่ถูกก่อสร้างมาจากศาสนาที่มาก่อนหน้า ในบางสังคมศาสนาอิสลามถูกหล่อรวมเป็นหนึ่งเดียวกับวัฒนธรรมท้องถิ่นด้วยกับกลไลทางการเมืองการปกครอง ในอีกบางสังคมวัฒนธรรมพื้นถิ่นเข้มแข็งกว่าพลังทางศาสนา ทำให้ฐานคติและหลักการศาสนาเป็นเรื่องที่ต้องปรับเข้าหาวัฒนธรรมพื้นถิ่น อิสลามในแต่ละวัฒนธรรมเติบโตไม่เหมือนกันและมีพลวัตต่างกัน สำหรับในเมืองไทย ตั้งแต่เหตุการณ์ 9/11 การตื่นตัวทางด้านศาสนาของชนชาวมุสลิมในประเทศไทยเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะที่เข้มข้นขึ้น การกลับไปศึกษาตัวบทและหลักการอิสลามของคนหนุ่มสาวกลายเป็นกระแสการตื่นตัวในสังคมของมุสลิมไทยรุ่นใหม่ ด้วยเหตุนี้พื้นที่สัมพันธ์ระหว่างหลักการศาสนาอิสลามและค่านิยมไทยพุทธที่ถูกปลูกฝังผ่านสื่อต่างๆ มักจะถูกนำกลับมาถกเถียง ส่วนหนึ่งเพื่อเป็นการชำระสิ่งแปลกปลอมในด้านหลักความเชื่อออกจากมโนทัศน์แบบเดิม และอีกส่วนก็เพื่อหาทางออกในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข การกลับมาตั้งคำถามว่าเพลงสรรเสริญพระบารมีมีความหมายออกไปทางการให้อำนาจและสถานะที่ยิ่งใหญ่เหนือความเป็นมนุษย์หรือไม่ เป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจของมุสลิมหลายคน โดยคร่าวๆ เราสามารถแบ่งข้อถกเถียงเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกเป็นสองความคิด ความคิดแรกถกเถียงว่าเพลงสรรเสริญพระบารมีให้ความหมายเทียบเคียงกับสถานะที่สูงส่งและอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของพระเจ้า … Continue reading

มุสลิมแคนาดาจัดกิจกรรมถาม เพราะ “ฉันเป็นมุสลิม” ฉันจึงเป็น…?


มุสลิมแคนาดาจัดกิจกรรมถาม “ฉันเป็นมุสลิม” ดังนั้นฉันจึงเป็น…? หลังจากที่วิดีโอสั้นความยาว 3.5 นาที่ เรื่อง “ฉันเป็นมุสลิม” ถูกเผยแพร่ทาง Youtube เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2557 และถูกแชร์ต่อทาง Facebook เป็นจำนวนมากนั้น ทำให้วีดิโอดังกล่าวกลายเป็นที่สนใจของผู้คนทั่วโลกเนื่องจากเหตุการณ์ที่มุสลิมตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของสื่อกระแสหลักในโลกตะวันตก ผู้จัดทำได้อธิบายเนื้อหาของวิดีโอสั้นดังกล่าวไว้ดังนี้ “เนื่องจากอาชญากรรมและการทำร้ายร่างกายที่เกิดจากความเกลียดชังและโรคหวาดกลัวอิสลามในขณะนี้ พวกเราได้ทำกิจกรรมด้วยการเดินทางไปตามท้องถนนในย่าน Downtown ของเมืองโตรอนโต เพื่อที่จะดูปฎิกิริยาของชาวแคนาดาว่าพวกเขาคิดอย่างไรกับคนมุสลิม สิ่งที่เราพบคือความน่าประทับใจและการให้กำลังใจ นอกจากนั้น เพื่อต้องการที่จะทราบว่าผู้คนมีปฎิกิริยาอย่างไรต่อโรคหวาดกลัวอิสลาม เราจึงเขียนคำว่า “ผู้ก่อการ้าย” ลงไปในกระดาษ (หนึ่งในคำที่มุสลิมถูกกล่าวร้าย และกับตัวฉันก็เช่นกันนอกจากคำอื่นๆ) เราพบว่าทุกคนที่เดินผ่านและได้พูดกับเรารู้สึกเสียใจและขอโทษที่เห็นคำๆ นั้น #coexist เราอยู่ร่วมกันได้ ฉันอยากจะขอให้คนที่ไม่ใช่มุสลิมเรียนรู้เกี่ยวกับคำสอนของอิสลามที่แท้จริง อยากขอให้ช่วยหยิบคัมภีร์อัลกุรอ่านและศึกษาความจริงจากในนั้นด้วยตัวของคุณเอง ผู้คนอาจจะทำความเข้าใจศาสนาต่างๆ ด้วยวิธีที่เขาเลือกที่จะเข้าใจมัน แต่มีคัมภีร์อัลกุรอ่านเท่านั้นที่เป็นคำสอนและตัวบทของอิสลามที่ไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงมาก่อนเลย” ดูวิดีโอดังกล่าวได้ที่นี่ สามารถเข้าไปติดตามได้ที่ลิงค์ด้านล่าง FIND ME http://www.facebook.com/AsoomiiJay http://www.twitter.com/AsoomiiJay http://www.instagram.com/aso0miijay EMAIL ME asoomiijay@live.ca ——– แปลข่าวโดยทีมงานโรงเตี้ยมดูสน Credit รูปภาพประกอบพิเศษ … Continue reading

อิสลามและการเมือง “สีขาว” ?


อิสลามและการเมือง “สีขาว”?[1] Islam and ‘white’ Politics? ในหลายเหตุการณ์ทางการเมืองปัจจุบันที่กำลังเกิดขึ้นในเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งในระดับต่างๆ การแก้ใขความขัดแย้ง การบริหารจัดการท้องถิ่น หรือการเลือกอีหม่าม เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้มุสลิมหลายๆ ท่านรู้สึกและเห็นถึงความสกปรก ชั่วร้ายที่เข้ามาครอบคลุมสังคมของเรา[2] ทำให้เกิดการแตกแยกระหว่างพี่น้องมุสลิม ทำให้การเสนอตัวเพื่อการเป็นผู้นำเป็นสิ่งที่น่ายกย่องส่งเสริม และทำให้การเลือกฝ่ายกลายเป็นธรรมเนียมปฎิบัติทางด้านการเมืองการปกครองในปัจจุบัน ในขณะที่สังคมของเรากำลังประสบปัญหาการเมือง มีนักวิชาการ ปัญญาชนและผู้ที่ไม่เห็นด้วยการความแตกร้าวในสังคมออกมาอธิบายถึงจุดบกพร่องของประชาธิปไตย และให้ทัศนะว่า เราควรจะทำอย่างไรกับปัญหาที่มาจากระบบนอกอิสลาม เพื่อหาทางออกให้กับสังคมมุสลิม นักวิชาการศาสนาได้โอกาสในการออกมาอธิบายว่า นั่นเพราะเราไม่ทำตามระบบที่จากการอิสลาม และอิสลามเท่านั้นคือคำตอบสำหรับปัญหาทุกอย่าง[3] ดังนั้นการอธิบายปัญหาทางการเมืองจากมุมมองนักวิชาการศาสนาบางส่วนจึงให้ทัศนะว่า “ระบบที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้เป็นระบบนอกอิสลาม ปัญหาจะจบได้ต้องเอาอิสลามมาแก้” แต่การจะเอาอิสลามมาแก้ใขนั้นแตกต่างกันตามทัศนะของการเข้าใจหลักการที่มาจากแหล่งอ้างอิงแห่งอิสลาม (อัลกุรอานและซุนนะฮ์) หลายคนเข้าใจว่า ระบบการเมืองที่มุสลิมปฎิบัติกันในอดีตคือ ระบบการเมืองอิสลาม และเป็นการเมืองสีขาว อาจจะเป็นเพราะทุกอย่างที่ได้ชื่อว่า “อิสลาม” จะเป็น “สีขาว” หรือ “บริสุทธ์” โดยอัตโนมัติ หลายคนเรียกร้องให้เรากลับไปใช้ระบบ “ชูรอฮ์” เพราะคำว่า “ชูรอฮ์” นั้นถูกบัญญัติอยู่ในอัลกุรอานอันประเสริฐ[4] และเพราะชูรอฮ์นั้นคือสัญลักษณ์ของอิสลาม ตรงกันข้ามกับระบบประชาธิปไตย ดังนั้นบทสรุปขั้นพื้นฐานสำหรับหลายๆ ท่านคือ การเมืองสีขาวคือการเมืองที่มาจากอิสลาม และการเมืองที่มาจากอิสลามคือการเมืองที่ปฎิบัติกันมาของเหล่าบรรพชนมุสลิมตั้งแต่ยุคแรกของประวัติศาสตร์อิสลามโดยมีท่านศาสดามูฮัมหมัด ศ็อลฯ เป็นทั้งผู้นำทางการเมืองและด้านจิตวิญญาน … Continue reading

  • เพื่อน